T

R

I

A

M

U

D

O

M

O

P

E

N

H

O

U

S

E

2

0

2

6

ย้อนกลับ

สายการเรียนภาษา-ภาษาญี่ปุ่น

สมาชิก80
IG: yokaimachixtu88FB: Yokai Machiอื่น ๆ : X : @yokaimachixtu88

การรับสมัครและการสอบเข้า

ภาพรวมนักเรียนสายการเรียนภาษา-ภาษาญี่ปุ่น

ภาพรวมนักเรียนสายการเรียนภาษา-ภาษาญี่ปุ่น

การสมัครสอบ

สำหรับโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาสายการเรียนภาษา-ภาษาญี่ปุ่นจะมีการสมัครสอบอยู่ 2 รอบ คือ รอบโควตาและรอบทั่วไป สำหรับรอบโควตาจะมีการเปิดรับสมัครช่วงเดือนธันวาคมถึงมกราคม เนื่องจากจะต้องส่งเอกสารตามประกาศมาที่โรงเรียนและชำระเงินค่าสมัครสอบ ส่วนรอบทั่วไปจะเปิดรับสมัคร วันที่ 25 กุมภาพันธ์ - 1 มีนาคม 2569 ผ่านการกรอกข้อมูลบนเว็บไซต์และชำระเงินออนไลน์ได้เลย โดยทุกประเภทของการสมัครจะใช้ข้อสอบชุดเดียวกัน สอบในวันและเวลาเดียวกัน คือ วันที่ 7 มีนาคม 2569 ที่อิมแพ็คเมืองทองธานี และประกาศผลสอบภายในวันที่ 17 มีนาคม 2569 ทางหน้าเว็บไซต์ของโรงเรียน


การสอบ

สำหรับแผนการเรียนภาษา-ภาษาญี่ปุ่นจะรับนักเรียนทั้งหมด 80 คน โดยแบ่งเป็นรอบทั่วไป 55 คน และรอบโควตา 25 คน สำหรับสายการเรียนภาษา-ภาษาจะใช้ข้อสอบปรนัยทั้งหมด 5 ฉบับ ได้แก่ ภาษาอังกฤษฉบับที่ 1 (40 ข้อ), ภาษาอังกฤษฉบับที่ 2 (40 ข้อ), ภาษาไทยฉบับที่ 1 (20 ข้อ), ภาษาไทยฉบับที่ 2 (40 ข้อ) และสังคมศึกษา (20 ข้อ) โดยการสอบจะแบ่งเป็นช่วงเช้าและช่วงบ่าย ผู้เข้าสอบจะได้รับข้อสอบทุกวิชามาพร้อมกันและสามารถเลือกทำวิชาใดก่อนก็ได้


รอบโควตาจังหวัดจะต้องมีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ที่โรงเรียนกำหนด ได้แก่ เกรดเฉลี่ยรวมและเกรดเฉลี่ยของรายวิชาตามประกาศของทางโรงเรียน และจะต้องไปสอบคัดเลือกในวันที่ 7 มีนาคม 2569 ที่อิมแพ็คเมืองทองธานีเช่นเดียวกับผู้สมัครสอบรอบทั่วไป โดยผู้ที่ทำคะแนนได้สูงสุดตามจำนวนโควตาของแต่ละจังหวัดที่ได้กำหนดไว้ท้ายประกาศรับสมัคร จะถือว่าผ่านรอบโควตาจังหวัด แต่ถ้าไม่ผ่าน คะแนนจะถูกนำไปคำนวณกับรอบทั่วไปโดยอัตโนมัติ จึงมีสิทธิ์สอบติดในรอบทั่วไปได้เช่นเดียวกัน


ส่วนรอบโควตาความสามารถพิเศษมีทั้งหมด 5 ประเภท ได้แก่ กีฬา ดนตรีไทยร่วมสมัย นาฏศิลป์ไทย ดุริยางค์ และศิลปะ โดยผู้สมัครจะต้องมีคุณสมบัติตามประกาศการรับสมัครและจะต้องส่งแฟ้มสะสมผลงาน (portfolio) ของตนเองให้กับทางโรงเรียน เมื่อผ่านรอบแฟ้มสะสมผลงานจะมีการสอบสัมภาษณ์หรือสอบคัดเลือกตามประเภทความสามารถของผู้สมัคร และหากผ่านการคัดเลือกจะถือว่าเป็นนักเรียนโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา แต่จะต้องไปสอบที่อิมแพ็คเมืองทองธานีพร้อมกับผู้สมัครรอบอื่นเพื่อยืนยันสิทธิ์และคัดเลือกห้องเรียนต่อไป หากไม่ไปสอบตามวันและเวลาดังกล่าวจะถือว่าสละสิทธิ์ และหากไม่ผ่านการคัดเลือกรอบโควตาความสามารถพิเศษ จะต้องสมัครสอบในรอบทั่วไปด้วยตนเอง


การเรียกสำรอง

หากมีในวันมอบตัวมีผู้มายืนยันสิทธิ์ไม่ครบตามจำนวน หรือมีที่ว่างจากรอบโควตาจังหวัดและรอบความสามารถพิเศษ ทางโรงเรียนจะมีการประกาศเรียกตัวสำรองขึ้นมาตามลำดับ ตั้งแต่ลำดับที่ 56 เป็นต้นไป


หมายเหตุ : ข้อมูลนี้อ้างอิงตามปีการศึกษา 2569 และอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์ของปีนั้น ๆ โดยสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่เว็บไซต์ของโรงเรียน

วิชา / หลักสูตรเพิ่มเติม

วันปฐมนิเทศรายวิชาภาษาญี่ปุ่น

วันปฐมนิเทศรายวิชาภาษาญี่ปุ่น

เมื่อเข้ามาในสายการเรียนภาษา-ภาษาญี่ปุ่นแล้ว อาจารย์จะเริ่มสอนพื้นฐานภาษาญี่ปุ่นตั้งแต่ ตัวอักษร คำศัพท์ ไวยากรณ์ และคันจิ เพราะฉะนั้นสำหรับคนที่ยังไม่มีพื้นฐานภาษาญี่ปุ่นก็ไม่ต้องกังวลเลย โดยในระดับชั้น ม.4 จะมีการเรียนภาษาญี่ปุ่นทั้งหมด 8 คาบต่อสัปดาห์หรือคิดเป็น 4 หน่วยกิต โดยจะแบ่งเป็นภาษาญี่ปุ่นหลัก 6 คาบ และภาษาญี่ปุ่นฟัง-พูด 2 คาบ อาจารย์จะดูแลนักเรียนอย่างใกล้ชิดและจะคอยนัดสอบคำศัพท์เป็นประจำ อีกทั้งอาจารย์จะมีการสอบทุกครั้งหลังเรียนจบ 1 บท การเรียนการสอนแบบนี้จะทำให้เราคลุกคลีกับภาษาญี่ปุ่นทุกวัน และจะทำให้เราเข้าใจภาษาญี่ปุ่นมากขึ้นอย่างแน่นอน ส่วนหนังสือที่ใช้เรียนตลอดหลักสูตรก็จะมีหลัก ๆ อยู่สองเล่ม คือ หนังสือภาษาญี่ปุ่นอะกิโกะโตะโทะโมะดะจิ และหนังสือภาษาญี่ปุ่นอิโระโดะริ


ส่วนวิชาภาษาญี่ปุ่นฟัง-พูด จะเน้นที่บทสนทนาในชีวิตประจำวัน อาจารย์จะสอดแทรกไวยากรณ์กับวัฒนธรรมญี่ปุ่นให้ตลอดการเรียนการสอน และจะมีกิจกรรมให้ฝึกสนทนากับเพื่อน ๆ อีกด้วย สำหรับการสอบจะเป็นการเปิดเทปเสียงให้ฟังแล้วตอบคำถาม ซึ่งเป็นการทดสอบทักษะการฟังของเรานั่นเอง และสำหรับใครที่กังวลเรื่องสำเนียง ก็ไม่ต้องกังวลเลยเพราะทุกคนจะมาพูดฝึกด้วยกัน ค่อย ๆ พัฒนาไปพร้อมกัน และอาจารย์จะคอยให้คำแนะนำเราเป็นอย่างดีเลย


นอกจากนี้ก็จะมี 1 คาบต่อสัปดาห์ที่จะเรียนกับอาจารย์คนญี่ปุ่น ทำให้เราได้ฟังสำเนียงจากเจ้าของภาษา และไม่ต้องกังวลว่าจะคุยกับอาจารย์ไม่รู้เรื่อง เพราะอาจารย์สามารถพูดภาษาไทยได้ ซึ่งคาบนี้อาจารย์ก็จะคอยสอนวัฒนธรรม มารยาท และการพูดแบบคนญี่ปุ่นให้ ถือเป็นการเรียนรู้การใช้ชีวิตในญี่ปุ่นไปในตัวนั่นเอง


ถึงแม้ว่าสายการเรียนภาษา-ภาษาดูเหมือนจะเรียนหนัก แต่ถ้าเราตั้งใจ คอยทบทวนบทเรียน และคอยฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอก็จะทำให้เราเก่งขึ้นอย่างแน่นอน

ความน่าสนใจของสายการเรียน

บรรยากาศการบูมก้นหอย

บรรยากาศการบูมก้นหอย

สายการเรียนภาษา-ภาษาญี่ปุ่นจะมีทั้งเซนเซคนญี่ปุ่นและอาจารย์คนไทย โดยอาจารย์ทุกคนจะไม่ได้สอนแค่หลักภาษาเท่านั้น แต่จะมีการสอดแทรกวัฒนธรรมและมารยาทต่าง ๆ ของคนญี่ปุ่นตลอดหลักสูตร เพื่อที่เราจะสามารถนำภาษาญี่ปุ่นไปใช้กับคนญี่ปุ่นได้จริง ๆ โดยจะมีวิชาที่สอนเกี่ยวกับการนำภาษาญี่ปุ่นไปใช้ในชีวิตจริง เช่น การฝึกเป็นล่ามแปลภาษา ซึ่งจะได้เรียนในรายวิชาภาษาญี่ปุ่นเพิ่มพูนประสบการณ์ นอกจากนี้อาจารย์ก็ได้จัดการติวสอบ JLPT ให้กับนักเรียนที่สนใจจะไปสอบอีกด้วย และเมื่อเรียนจนจบหลักสูตร ม.6 แล้ว นักเรียนทุกคนก็จะมีความรู้เกี่ยวกับภาษาญี่ปุ่นอยู่ในระดับ N2-N3 ซึ่งเป็นระดับที่สามารถยื่นเข้ามหาวิทยาลัยในญี่ปุ่นหรือใช้ในการสอบ A-Level ได้นั่นเอง


นอกจากการเรียนการสอนที่เข้มข้นแล้ว ในสายการเรียนภาษา-ภาษาญี่ปุ่นก็ยังมีกิจกรรมต่าง ๆ อีกมากมาย ถ้าให้พูดถึงความเป็นญี่ปุ่น หลาย ๆ คนอาจจะนึกถึงอนิเมะ มังงะ วัฒนธรรม ความน่ารักและความสุภาพของคนญี่ปุ่น หรือแม้กระทั่งประวัติศาสตร์ที่มีมาอย่างยาวนาน ซึ่งในเตรียมอุดมก็จะมีกิจกรรมเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ให้น้อง ๆ ทุกคนได้ทำอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นการบูมก้นหอย เชียร์โต้ การแสดงโซรัน การขอพรในช่วงเทศกาลทานาบะตะ ฯลฯ ซึ่งจะทำให้น้อง ๆ พบเจอกับผู้คนที่มีความชอบในแบบเดียวกัน และจะทำให้เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ในสายการเรียนมีความสนิทกันมากขึ้น บอกเลยว่าถ้าได้เข้ามาแล้วจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน


ส่วนใครที่กังวลว่าจะไม่มีเพื่อนเป็นคนญี่ปุ่นหรือจะไม่ได้ลองใช้ภาษาญี่ปุ่นจริง ๆ ขอบอกเลยว่าทุกคนจะได้มีโอกาสต้อนรับชาวญี่ปุ่นที่มาศึกษาดูงานในโรงเรียนของเรา และในแต่ละปีจะมีโครงการให้ลองสมัครเพื่อไปแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมในช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่ญี่ปุ่นอีกด้วย


หมายเหตุ : การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่ประเทศญี่ปุ่นจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

รีวิวจากรุ่นพี่

เอมม่า

เอมม่า

เตรียมอุดมฯ 88

Instagram : 1n.n3ptunzs

เราเอมม่า ศิลป์ญี่ปุ่น รุ่นที่ 26 น้า ปีก่อนที่เราได้มา Open House เรียกได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของเราเลย เราเองก็ได้ยินคนรอบตัวพูดถึงเตรียมอุดมอยู่ตลอด แต่เรายังไม่เคยรู้สึกมีไฟอยากเข้าที่นี่จริงจัง จนได้มาเห็นบรรยากาศในงานเข้า เรารู้สึกได้ว่าสังคมที่นี่อบอุ่นมากๆ พี่ๆต้อนรับ สันทนาการแบบสนุกสุดๆ เปลี่ยนความคิดของเราที่เคยมองแค่ด้านวิชาการของเตรียมอุดมไปเลย เพราะซุ้มของชมรมและสายการเรียนต่างๆนำเสนอความเป็นตัวเองได้ดีสุดๆ แถมที่นี่มีชมรมเยอะมาก รับรองเลยว่ามีหลายชมรมที่ทุกคนยังไม่เคยเห็น และต้องมีชมรมที่ทุกคนอยากเข้าแน่นอน เราชอบบรรยากาศในงาน Open House มาก ทั้งเพื่อนๆพี่ๆทำให้เรามีแรงบันดาลใจขึ้นมา ถ้าเราไม่ได้มา Open House ในปีที่แล้ว เราไม่รู้เลยว่าวันนี้เราจะได้อยู่ในจุดนี้ที่มาแนะนำโรงเรียนให้น้องๆรึเปล่า แน่นอนว่าการเรียนที่นี่ขึ้นชื่อว่ายากแล้วก็หนักหน่วงพอสมควร แต่เทียบกับสิ่งที่เราได้ทั้งด้านการเรียน ด้านสังคม เราไม่เสียดายเลยที่ตั้งใจสอบเข้ามา และรู้สึกคุ้มค่ามากๆด้วย ซุ้มกิจกรรมและบรรยากาศในงาน อาจเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เราอยากเข้ามากขึ้นก็จริง แต่สาเหตุที่เราดีใจที่ได้เรียนที่นี่มากที่สุด คือการมีกิจกรรมระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้อง ทำให้เราได้รู้จักรุ่นพี่มากขึ้น ได้คำแนะนำ ความช่วยเหลือจากพี่ๆทุกคนมาตลอด มันเป็นการเริ่มต้นในรั้วโรงเรียน ที่ทำให้เรารู้สึกมั่นใจในการเข้าสังคมขึ้น และในขณะเดียวกัน ความเก่งของพี่ๆทุกคน ทำให้เราอยากพัฒนาตัวเองอยู่ตลอด ทั้งกล้าแสดงออกมากขึ้น แบ่งเวลาระหว่างการเรียนกับกิจกรรม สังคมที่นี่เหมือนการส่งต่อให้รุ่นน้องเติบโตไปเรื่อยๆ และเป็นสังคมที่หาไม่ได้ง่ายๆเลยเราหวังว่าข้อความนี้จะทำให้หลายๆคนสนใจงาน Open House ของเรามากขึ้น ทุกคนจะได้มาเห็นบรรยากาศดีๆแบบที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับเรา แล้วมาร่วมเป็นส่วนนึงในกิจกรรมของพวกเราในปีนี้กันเยอะๆน้า

ต้นกล้า

ต้นกล้า

เตรียมอุดมฯ 87

Instagram : tttampopo

เราต้นกล้า ต.อ. 87 ศิลป์ญี่ปุ่นรุ่นที่ 25 น้า เรารู้จักเตรียมอุดมครั้งแรกตอน ม.2 ตอนนั้นเราอยากเข้าสายวิทย์ แต่เราเพิ่งมาทบทวนตัวเองว่าอยากเข้าสายภาษาก็ตอนอยู่ ม.3 แล้ว เราเลยต้องจัดตารางชีวิตใหม่เพื่อเตรียมตัวสอบเข้าสายภาษา สิ่งที่เราอยากบอกก็คือ การทบทวนตัวเองเป็นสิ่งที่สำคัญมากจริง ๆ เพราะว่าเราจะต้องอยู่กับสายการเรียนที่เราเลือกไปอีก 3 ปี ถ้าเราเลือกในสิ่งที่เราชอบ เราก็จะอยู่กับมันได้อย่างมีความสุข ส่วนเหตุผลที่เราเลือกทุ่มเทเพื่อที่จะสอบเข้าเตรียมอุดม ก็เพราะว่าตอนนั้นเราได้มางาน Open House งานนี้ทำให้เรารู้ว่าเตรียมอุดมไม่ได้มีดีแค่วิชาการที่เข้มข้น แต่ยังมีกิจกรรมต่าง ๆ อีกมากมายให้เราได้ทำ รวมถึงมีรุ่นพี่และอาจารย์ทุก ๆ คนที่พร้อมจะสนับสนุนเราเสมอ และพอเราได้เข้ามาอยู่ในรั้วเตรียมทุก ๆ อย่างก็คุ้มค่ากับความพยายามที่ผ่านมาจริง ๆ เราได้มีโอกาสทำกิจกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นพิธีกร ไปเข้าค่าย จัดกิจกรรมต่าง ๆ ในเตรียมอุม ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ช่วยเสริมสร้างประสบการณ์และพัฒนาศักยภาพให้เราได้เยอะจริง ๆ และที่สำคัญที่สุดเราได้มาอยู่ในสังคมที่มีความชื่นชอบเหมือน ๆ กัน ได้เจอกับเพื่อน ๆ รุ่นพี่ และอาจารย์ที่น่ารักทุก ๆ คน ถึงแม้ว่าจะเรียนหนักแค่ไหน แต่เราก็ไม่เหนื่อยเลย เพราะทุก ๆ คนจะคอยช่วยเหลือกันเสมอ เรารู้สึกตัดสินใจไม่ผิดเลยที่มาสอบที่เตรียม ถ้าให้ย้อนเวลากลับไปเราก็ยังจะเลือกมาสอบที่นี่เหมือนเดิม ถ้าใครอยากมาสัมผัสประสบการณ์ที่เตรียมฯ เราอยากให้ลองมางาน Open House จริง ๆ นะ ขอรับประกันเลยว่าแกจะได้อะไรกลับไปเยอะเลยแหละ สุดท้ายนี้สำหรับน้อง ๆ คนไหนที่กำลังเตรียมตัวสอบเข้าอยู่ เราขอเป็นกำลังใจให้นะ เราเชื่อว่าทุกความพยายามจะต้องคุ้มค่าอย่างแน่นอน แล้วมาเจอกันในรั้วเตรียมนะ

โมก

โมก

เตรียมอุดมฯ 86

Instagram: MogMogstudygram

เราโมก ศิลป์ญี่ปุ่นรุ่นที่ 24 น้า ก่อนหน้านี้เราไม่เคยรู้จักเตรียมอุดมมาก่อนเลยว่าเป็นยังไง จนกระทั่งช่วงสอบเข้าเตรียมอุดมประมาณ 2 เดือน เราตัดสินใจเปลี่ยนจากสายวิทย์-คณิต มาสายภาษา เลยมาทำความรู้จักกับที่นี่ ซึ่งพอเราได้มางาน Open House บอกเลยว่ารู้สึกประทับใจที่ได้เห็นพี่ ๆ ทุกคนแสดงความสามารถออกมาแบบไร้ขีดจำกัดมาก ทั้งพิธีกร การจัดซุ้ม หรือกิจกรรมอื่น ๆ ทำให้เราอยากเข้าที่นี่มาก ๆ ในช่วงเวลานั้นก็ทุ่มอ่านหนังสืออย่างหนัก เพราะเหลือเวลาไม่มากแล้ว จนสุดท้ายก็สอบติดเข้ามาได้ พอเข้ามาแล้วเปลี่ยนโลกมาก ๆ ทำให้เราเติบโตขึ้นมาอีกระดับหนึ่งเลย สังคมที่หลากหลาย กิจกรรมที่มากมาย เราได้มีโอกาสเป็นพิธีกร ออกแบบซุ้มในงานต่าง ๆ ทุกอย่างหล่อหลอมเราให้แสดงศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่ แม้บางอย่างที่เราอาจจะไม่เคยทำมาก่อนและไม่ถนัด สุดท้ายแล้วเราจะดึงความเก่งที่ซ่อนอยู่ในตัวเราออกมาโดยที่เราไม่รู้ตัว ขอแค่เรามีใจอยากที่จะทำ อยากจะพัฒนาตนเอง และรับผิดชอบต่อการทำงาน จะทำให้เราได้อะไรไปเยอะเลย แม้บางครั้งการเรียนอาจจะหนักไปบ้าง แต่ถ้าเราทำมันอย่างเต็มที่ก็ไม่ได้ยากเกินความสามารถเลย สำหรับน้อง ๆ ที่กำลังพยายาม เราเชื่อว่าทุกคนสามารถทำได้ และมีความเก่งในตัวเอง ขอแค่ดึงมันออกมาให้เต็มที่ แล้วเราจะไม่เสียใจที่ได้ลองทำ