T

R

I

A

M

U

D

O

M

O

P

E

N

H

O

U

S

E

2

0

2

6

ย้อนกลับ

โครงการพัฒนาความสามารถพิเศษด้านภาษาไทย

สมาชิก75
IG: triamudom_gifted_thaiFB: โครงการพัฒนาความสามารถพิเศษด้านภาษาไทย โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ปี 2568

การรับสมัครและการสอบเข้า

กิจกรรมค่ายวิชาการ ปีการศึกษา 2568

กิจกรรมค่ายวิชาการ ปีการศึกษา 2568

การรับสมัครและการสอบเข้าโครงการพัฒนาความสามารถพิเศษด้านภาษาไทย มีหลักเกณฑ์ในการรับสมัคร ดังนี้

1. ผู้สมัครจะต้องเป็นผู้สอบผ่านการคัดเลือกเป็นนักเรียนเตรียมอุดมศึกษา ไม่จำกัดแผนการเรียน

2. มีระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น 3.50 ขึ้นไป

3. มีระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมวิชาภาษาไทย 3.50 ขึ้นไป

4. มีผลงานที่แสดงให้เห็นถึงความสามารถพิเศษด้านภาษาไทย (ถ้ามี)

5. จะต้องไม่เป็นผู้สมัครเข้าโครงการพัฒนาความสามารถพิเศษด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ หรือภาษาอังกฤษ


การสอบเข้าจะมีการสอบคัดกรองด้วยกันทั้งหมด 2 ขั้นตอน โดยส่งใบสมัครทาง google forms

1. การสอบข้อเขียน

2. การสัมภาษณ์นักเรียนและผู้ปกครอง


สามารถติดตามรายละเอียดการรับสมัครของปีการศึกษาต่อไปได้ทางช่องทางการประชาสัมพันธ์ของโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา และของโครงการฯ

วิชา / หลักสูตรเพิ่มเติม

กิจกรรมบรรยายวิชาการ ปีการศึกษา 2568

กิจกรรมบรรยายวิชาการ ปีการศึกษา 2568

โครงการพัฒนาความสามารถพิเศษด้านภาษาไทย เป็นโครงการที่มีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษด้านภาษาไทย มีการเรียนการสอนโดยใช้หลักสูตร "ภาษาไทยเพิ่มพูนประสบการณ์" ซึ่งมีความยากและลึกซึ้งกว่าหลักสูตรปกติ โดยมุ่งเน้นที่การเรียนการสอนทางวิชาการ เช่น ภาษาศาสตร์ วรรณคดีและวรรณกรรม รวมไปถึงคติชนวิทยา ซึ่งจะทำให้นักเรียนได้รับความรู้นอกเหนือจากการเรียนภาษาไทยในคาบเรียนปกติ และจะมีการเรียนการสอนในคาบที่ 9 และ 10 ของวันพุธ


โดยในช่วงแรกของการเปิดปีการศึกษาจะมีการเชิญวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ มาบรรยายให้ความรู้แก่นักเรียนในโครงการฯ เพื่อให้นักเรียนมีองค์ความรู้ไปต่อยอดเป็นโครงงานภาษาไทยในเรื่องต่าง ๆ ซึ่งมีรูปแบบการดำเนินงานคล้ายการวิจัยในระดับอุดมศึกษา และจะมีการประมวลบทความโครงงานลงในวารสารภาษาไทยปริทรรศน์ต่อไป และในภาคเรียนที่ 1 โครงการฯ จะจัดกิจกรรมทัศนศึกษาให้นักเรียนได้ศึกษาหาความรู้นอกสถานที่และนำความรู้ที่ได้มาเขียนบทความ เพื่อตีพิมพ์เป็นวารสารปิ่นจุฑา ซึ่งรวบรวมบทความต่าง ๆ จากนักเรียนภายในโครงการฯ


นอกจากการเรียนการสอนด้านวิชาการ โครงการฯ ก็มีการจัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างทักษะในด้านต่าง ๆ ทั้งการจัดงานวันภาษาไทยแห่งชาติ การจัดกิจกรรมค่ายวิชาการ และการนำเสนอโครงงานภาษาไทย ในงานนิทรรศการวิชาการเตรียมอุดมศึกษา (Triam Udom Open House) ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี

ความน่าสนใจของโครงการ

กิจกรรมวันภาษาไทยแห่งชาติ ปีการศึกษา 2568

กิจกรรมวันภาษาไทยแห่งชาติ ปีการศึกษา 2568

ความน่าสนใจของโครงการฯ อยู่ที่ผลงานทางด้านวิชาการที่โดดเด่นและกิจกรรมที่น่าสนใจ ซึ่งสามารถพัฒนาทักษะในด้านวิชาการ การทำงาน สังคม และด้านอื่น ๆ ของนักเรียนภายในโครงการฯ ได้เป็นอย่างดี สำหรับผลงานด้านวิชาการ โครงการฯ ได้มีการเรียนการสอนที่เข้มข้น เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ของนักเรียนอยู่ตลอด โดยไม่ใช่การเรียนอย่างเดียว แต่นักเรียนในโครงการฯ ทุกคนจะต้องมีผลงานที่สามารถจับต้องได้ คือ หลังจากกิจกรรมทัศนศึกษานอกสถานที่ที่กล่าวไปข้างต้น นักเรียนทุกคนจะต้องเขียนบทความในหัวข้อที่นักเรียนสนใจตามองค์ความรู้ที่ได้รับ และจะมีการคัดเลือกบทความที่นักเรียนเขียน มาตีพิมพ์เป็น "วารสารปิ่นจุฑา" ซึ่งวารสารเล่มหนึ่ง ไม่ใช่ว่ามีแค่บทความแล้วจึงเกิดขึ้นได้ แต่จะต้องมีทั้งกองบรรณาธิการ ฝ่ายพิสูจน์อักษร สาราณียกร และตำแหน่งหน้าที่ต่าง ๆ ซึ่งนักเรียนในโครงการฯ ก็จะเป็นผู้รับผิดชอบและจัดทำทั้งหมด โดยมีคุณครูประจำโครงการฯ คอยดูแลช่วยเหลือ


นอกจากวารสารปิ่นจุฑา นักเรียนในโครงการฯ ยังนำองค์ความรู้ที่ได้จากการอบรมไปพัฒนาต่อเป็น "โครงงานภาษาไทย" โดยหัวข้อโครงงานก็จะเป็นหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาภาษาไทย เช่น ภาษาศาสตร์ วรรณคดีและวรรณกรรม และคติชนวิทยา ซึ่งนักเรียนในโครงการฯ มีอิสระในการเลือกสิ่งที่ตัวเองสนใจมาพัฒนาต่อเป็นโครงงานของตัวเอง และในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ก็จะมีการตีพิมพ์ "วารสารภาษาไทยปริทรรศน์" เป็นการรวบรวมบทความที่ได้จากโครงงานที่นักเรียนทำในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-5


และกิจกรรมที่น่าสนใจอื่น ๆ เช่น "กิจกรรมวันภาษาไทยแห่งชาติ" ซึ่งโครงการฯ เป็นผู้รับหน้าที่ในการจัดเป็นประจำทุกปี โดยในงานก็จะมีตำแหน่งหน้าที่ต่าง ๆ เช่น พิธีกร การกล่าวสุนทรพจน์ การแสดงฉ่อย การแสดงละคร หรือทีมงานเบื้องหลัง นักเรียนจะได้เริ่มทำงานตั้งแต่การวางแผน การดำเนินงาน การเตรียมงาน และรับผิดชอบการจัดกิจกรรมทั้งหมด ซึ่งทำให้นักเรียนได้ฝึกทักษะการวางแผน การบริหารจัดการ และฝึกความสามัคคี นอกจากนี้ในทุกภาคเรียนจะมีกิจกรรม "ทัศนศึกษา" ไปยังแหล่งเรียนรู้นอกสถานที่ ซึ่งจะเป็นการเดินทางระยะสั้นภายในกรุงเทพหรือปริมณทล ให้นักเรียนได้รับความรู้ สร้างแรงบันดาลใจในการสร้างผลงานของตัวเอง และในช่วงปิดภาคเรียนที่ 1 ก็จะมีกิจกรรม "ค่ายวิชาการ" ซึ่งเป็นกิจกรรมที่จะนำนักเรียนในโครงการฯ ออกไปเข้าค่ายจำนวน 3 วัน 2 คืน โดยจะมีการเชิญวิทยากรมาเพื่อให้ความรู้แก่นักเรียนตามหัวข้อของแต่ละปี และจะมีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เช่น กิจกรรมสันทนาการ กิจกรรมอำลารุ่นพี่ ม.6 ที่กำลังจะจบการศึกษา เพื่อเป็นการสร้างสายสัมพันธ์อันดีระหว่างรุ่นพี่-รุ่นน้อง รวมถึงคุณครูในโครงการฯ


และกิจกรรม "นิทรรศการวิชาการ (Triam Udom Open House)" นี้ ก็จะเป็นการนำเสนอโครงการฯ และผลงานโครงงานภาษาไทยต่อบุคคลภายนอกที่มีความสนใจ ซึ่งการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งหมด ก็จะมีคณะครูในโครงการฯ คอยดูแลและให้ความช่วยเหลืออยู่เสมอ

รีวิวจากรุ่นพี่

ผักบุ้ง

ผักบุ้ง

เตรียมอุดมฯ 86

IG : _zydtranit

ถ้าจะมีซักสถานที่ในเตรียมอุดมที่เราสามารถนิยามด้วยคำว่า “ครอบครัว” ได้ กิฟต์ไทยจะเป็นสิ่งแรกที่เรานึกถึงได้ในทันที


โครงการพัฒนาความสามารถพิเศษด้านภาษาไทย หรือกิฟต์ไทย เป็นสถานที่ที่ให้เรามากไปกว่าวิชาการ หลักสูตรของโครงการมุ่งเน้นให้เราได้คิด วิเคราะห์ พัฒนาทักษะและกระบวนการเรียนรู้ของเราอยู่ตลอดเวลา ผ่านการเรียนการสอนและงานต่าง ๆ ทั้งจากคุณครูและอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ ความรู้ใหม่ ๆ ในด้านภาษาไทยและด้านอื่น ๆ ที่เราไม่สามารถหาได้จากในห้องเรียน ก็ได้เก็บเกี่ยวจากทุกการอบรมของกิฟต์ไทย และยังนำไปต่อยอดปรับใช้ได้หลากหลายเส้นทางตามความถนัด และส่วนสำคัญคือโครงการสอนให้เราได้ลงมือปฏิบัติจริงอยู่ตลอดทุกปีการศึกษา ผ่านกิจกรรมสำคัญมากมาย ทั้งงานวันภาษาไทยแห่งชาติ, การเขียนบทความและจัดทำโครงงาน หรืองาน Triam Udom Open House นี้ ที่เปิดโอกาสให้เราลองทำทุกสิ่งที่เราสนใจไปด้วยกันกับเพื่อน รุ่นพี่ รุ่นน้องทุกคน และสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวันได้ เรารู้สึกว่าสิ่งล้ำค่าที่สุดที่เราได้รับจากสถานที่แห่งนี้คือประสบการณ์ที่ไม่สามารถบรรยายเป็นตัวอักษร แต่มันทำให้เราเติบโตทั้งในด้านการศึกษาและการใช้ชีวิต กิฟต์ไทยสอนให้เรามีภูมิคุ้มกันในการตัดสินใจ มีความรับผิดชอบ ความเป็นผู้ใหญ่ สร้างทักษะการคิด ปลูกฝังทักษะการวางแผนที่ดีมากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันก็ยังเป็นพื้นที่ที่ทำให้ได้สนุกกับสิ่งใหม่ ๆ พบเจออะไรที่ทำให้กระตือรือร้นในการเรียนรู้อยู่เสมอ


สุดท้ายนี้ ตลอด 3 ปีในกิฟต์ไทยของเรายิ่งมีความหมาย เพราะสังคมภายในที่อบอุ่นในทุกครั้งที่ได้พบเจอกัน เพื่อนในรุ่นที่กลายมาเป็นเพื่อนสนิทคนสำคัญ รุ่นพี่รุ่นน้องที่ยังคงมีปฏิสัมพันธ์กันอยู่ตลอดเวลา ครูที่ปรึกษาโครงการที่คอยช่วยเหลือและให้คำแนะนำเสมอ ประสบการณ์ทุกอย่างที่เราได้รับ เป็นความทรงจำที่ดีที่คงหาจากที่ไหนอีกไม่ได้ และสำหรับเรา เมื่อนึกถึงกิฟต์ไทย ก็จะเป็น “ครอบครัว” ที่เราดีใจที่ได้สมัครเข้ามาตลอดไป


รอทุกคนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวนี้ และค้นหาความหมายของ “กิฟต์ไทย” ในรูปแบบของตัวเองนะคะ <3

รดา

รดา

เตรียมอุดมฯ 87

IG : 2r._j_.owo

สวัสดีค่าา เรารดานะคะ กิฟต์ไทยรุ่น 22 ค่ะ


คำว่า "กิฟต์ไทย" หรือ "โครงการพัฒนาความสามารถพิเศษด้านภาษาไทย" สำหรับเรา ไม่ใช่ห้องเรียนพิเศษที่สอนวิชาการในทุกเย็นวันพุธ แต่เป็นผู้คนและกลุ่มคนที่มีความชอบในสิ่งเดียวกัน มีอะไรที่คล้ายคลึงกัน และมีความเข้าใจซึ่งกันและกัน หรือที่พี่ ๆ ในกิฟต์เรียกต่อกันมาว่า "ครอบครัว"


การเข้ามาอยู่โรงเรียนใหม่ เปลี่ยนสถานที่ เปลี่ยนสังคม เปลี่ยนวิถีชีวิต เป็นเรื่องที่ยากมากสำหรับเรา ยอมรับเลยว่าตอนนั้นเครียดมากจนมีความคิดที่จะลาออก แต่เพราะมีครอบครัวกิฟต์ไทยที่เข้ามาประคับประคองเราไว้ เราถึงอยู่ต่อ และรู้สึกดีใจมาก ๆ ที่ตัดสินใจอย่างนั้น พี่ ๆ เพื่อน ๆ ในกิฟต์เป็นกลุ่มคนที่เราสนิทมาก ถึงขนาดที่เรียกว่าสนิทที่สุดในเตรียมอุดมฯ เลยก็ได้ อาจจะเป็นเพราะงานวันภาษาไทย งานวันภาษาไทยเป็นงานใหญ่งานหนึ่งของกิฟต์ไทย ที่รุ่นน้องรุ่นพี่จะต้องมาทำร่วมกัน งานวันภาษาไทยมีหลายหน้าที่มาก ทั้งหน้าเวที และหลังเวที หน้าเวทีก็มีทั้ง พิธีกร สุนทรพจน์ ฉ่อย และละครเวที เราได้รับหน้าที่เป็นฉ่อย จำได้ว่าพวกเราเตรียมงานกัน 2 เดือนกว่า เป็นช่วงที่เห็นหน้าเพื่อน ๆ พี่ ๆ ในกิฟต์ทุกวัน ชนิดที่เบื่อหน้ากันไปเลย ช่วงเวลา 2 เดือนแห่งการซ้อมเตรียมงานมีความทรงจำมากมาย ทั้งนั่งหัวเราะด้วยกัน นั่งบ่นด้วยกัน นั่งกินข้าวด้วยกัน นั่งร้องไห้ด้วยกัน หรือจะตีกันเพราะเหนื่อยก็มี แต่คงเพราะตีกันถึงได้รักกันขนาดนี้ ทุกวันนี้ทั้งที่ไม่ต้องซ้อมด้วยกันแล้ว พี่บางคนเรายังทักไปปรึกษาหรือนัดกันไปเที่ยวอยู่เลย ความทรงจำระหว่างทางการซ้อมมีมากมายจนเล่าไม่หมดเลยค่ะ แต่ภาพวันจริงเราจำได้ดี เพราะทุกคนทำงานมาอย่างหนักตลอดสองเดือน พอผลงานออกมาพวกเราก็ภูมิใจกันมาก ตอนวิ่งออกมาจากม่านมาโค้งขอบคุณผู้ชมที่นั่งกันเต็มหอประชุมเรายังจำได้ดี เป็นประสบการณ์ที่เราคงหาจากที่อื่นได้ยาก แต่สิ่งที่ทำให้ดีใจมากกว่านั้นคือหลังลงจากเวทีมีพี่ ๆ รุ่นเก่า ๆ กลับมาหา มาพูดคุยกัน บรรยากาศนั้นทำให้คำว่า "ครอบครัวกิฟต์ไทย" ที่เราได้ยินตั้งแต่วันรับน้องดังขึ้นมาอีกครั้ง และทำให้เราอยากส่งต่อสิ่งดี ๆ เหล่านี้ให้รุ่นน้องงรุ่นต่อ ๆ ไป


นอกจากวันภาษาไทยพวกเราก็มีฟังบรรยายความรู้จากท่านวิทยากร ได้เขียนบทความส่งหลังไปทัศนศึกษา รวมถึงทำโครงงานภาษาไทย ที่จะเป็นโพรเจกต์จบของเรา พอขึ้นมาเป็นพี่ม.5 ก็ต้องทำหนังสือรวมบทความ ปิ่นจุฑา เป็นงานที่สอนให้เราประสานงานและทำงานร่วมกัน ก่อนจะต้องเป็นแม่งานจัดงานวันภาษาไทยงานใหญ่ของพวกเรา ตอนเป็นน้องว่าเหนื่อยแล้ว พอเป็นพี่เหนื่อยไปอีกขั้น แต่เป็นงานที่ทำให้เราสนิทกับเพื่อนมาก ขนาดที่เห็นหน้าเพื่อนมากกว่าคนที่บ้าน เพราะพวกเราได้ทำทุกอย่างตั้งแต่หาเรื่องที่จะแสดงละคร จนถึงหาเสื้อผ้าให้นักแสดง การตีกันเรื่องงานเป็นเรื่องปกติมาก แต่ก็แปลกที่ยิ่งตีกันกลับยิ่งรักกัน จนหลัง ๆ แค่มองตากันก็รู้แล้วว่าจะพูดอะไร เราได้รับหน้าที่เป็นพี่ฉ่อย สอนน้อง ๆ แล้วก็เพราะเป็นรองประธานกิฟต์เลยต้องประสานกับฝ่ายอื่นทุกฝ่าย เข้าไปดูไปช่วยเกือบทุกฝ่าย วันที่น้อง ๆ ขึ้นเวทีเป็นความรู้สึกที่ภูมิใจมาก ๆ เพราะเบื้องหลังการแสดงหน้าเวทีที่ทุกคนปรบมือกัน ก็ผ่านเรื่องราวมมาเยอะ ทั้งหัวเราะและน้ำตา แต่สุดท้ายพวกเราก็ทำได้ หลังจบงานภาษาไทยก็เข้าสู่ช่วงเวลาของโครงงาน ในกิฟต์ไทยคำว่า "โครงงาน" พูดเบา ๆ ก็ผวา ไม่ใช่โครงงานไม่ดีนะคะ แต่โครงงานเป็นงานที่ดูดวิญญาณเรามาก ต้องอ่านวิจัย ต้องอ่านตัวบท ต้องวิเคราะห์ ต้องพิมพ์ ต้องแก้ ตอนแรก ๆ ก็ท้อ ทำไม่เป็น แต่เพราะกิฟต์ไทยสอนให้เราทำให้เป็น พอเข้ามือก็เริ่มสนุก เพราะมันเป็นโครงงานภาษาไทย ที่เราได้ศึกษาในสิ่งที่เรารัก และเราจะได้นำไปนำเสนอให้คนอื่นได้เห็นในวัน Triam Udom Open house แต่กว่าจะถึงตรงนั้นก็ต้องฝ่าฟันอะไรไปเยอะ แต่เพราะเรามีเพื่อน (ร่วมชะตากรรม) ที่จะจับมือกันไป จึงผ่านพ้นมาได้


2 ปีในครอบครัวกิฟต์ไทยให้อะไรเราเยอะมาก ทั้งมิตรภาพ ประสบการณ์ และองค์ความรู้ เราไม่รู้เลยว่า ถ้าวันนั้นไม่ตัดสินใจกรอกฟอร์มสมัครเข้าสอบกิฟต์ไทยวันนี้เราจะเป็นเราแบบนี้หรือเปล่า เราเชื่อว่าโลกจะเหวี่ยงคนที่เหมือน ๆ กันมาไว้ด้วยกัน เหมือนผู้คนที่อยู่ในครอบครัวกิฟต์ไทยนี่แหละ ยังไงเราก็ขอให้ทุกคนที่สนใจกิฟต์ไทยของพวกเรา ได้เข้ามาเป็นสมาชิกครอบครัวกิฟต์ไทยกันนะคะ ยินดีต้อนรับทุกคนเสมอค่ะ

คีน

คีน

เตรียมอุดมฯ 88

IG : keenee.e

สวัสดีครับ เราคีน tu88 gth23 นะ


“กิฟต์ไทย” เรารู้จักชื่อนี้ครั้งแรกเมื่องาน Triam Udom Open House 2025 แต่ก็เป็นการรู้เพียงผิวเผินเท่านั้น ไม่ได้รู้หรือเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า “กิฟต์ไทย” คืออะไร เรียนอะไร หรือมีกิจกรรมอะไรบ้าง จนกระทั่งวันมอบตัวเข้าเป็นนักเรียนเตรียมฯ ก็ได้มีโอกาสไปฟังการแนะนำโครงการกิฟต์ต่าง ๆ จากรุ่นพี่และคุณครู ซึ่งตอนนั้นได้ตั้งเป้าหมายไว้ที่ “กิฟต์ไทย” เพียงโครงการเดียว ด้วยคิดว่าที่นี่จะเป็นที่ที่เราได้ใช้ศักยภาพและความสามารถที่มีอย่างเต็มที่ ซึ่งสุดท้ายก็สอบผ่าน และแน่นอนว่าที่นี่เปลี่ยนชีวิตเราไปตลอดกาล


ก่อนหน้านี้เราเป็นคนหนึ่งที่ไม่กล้าทำอะไรสักอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการแสดง การพูด หรือแม้แต่การนำเสนองานหน้าห้องล้วนแล้วแต่ทำให้ผมวิตกทุกครั้ง เหตุเพราะขาดความมั่นใจ และคิดว่าเราไม่สามารถทำได้ดี แต่ “กิฟต์ไทย” ได้คลายข้อจำกัดเหล่านั้นของเรา และทำให้เราสามารถก้าวข้ามข้อจำกัดได้อย่างถาวร หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่า พวกเรากิฟต์ไทยจะเป็นผู้ดำเนินงานวันภาษาไทยแห่งชาติ ซึ่งมีการแสดง ได้แก่ สุนทรพจน์ เพลงพื้นบ้าน (ฉ่อย) ละครเวที และงานเบื้องหลังอื่น ๆ ส่วนเราก็ได้แสดงละคร สำหรับเราที่เป็นคนที่ไร้ซึ่งความมั่นใจในตอนแรก งานนี้ก็ถือว่าเป็นงานยาก เหมือนเข็นครกขึ้นภูเขา เพราะทั้งชีวิตไม่เคยแสดงละครเลยสักครั้ง แต่เมื่อทำไปเรื่อย ๆ ความมั่นใจก็เริ่มมา ความประหม่าค่อย ๆ หายไป จนเรากล้าที่จะเป็นขึ้นแสดงในวันจริงอย่างมั่นใจ ซึ่งก็สามารถเห็นได้เลยว่ากิฟต์ไทยให้อะไรแก่เราเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นทักษะในด้านต่าง ๆ หรือการที่เราได้ค้นพบตัวเองในมุมใหม่ ๆ ที่จะทำให้เราเติบโตขึ้นได้อย่างแน่นอน


แต่นอกจากกิจกรรมก็มีการจัดทำโครงงาน โดยเกี่ยวข้องกับภาษาไทย ซึ่งก่อนที่จะได้จัดทำนั้น จะมีการเข้าฟังบรรยายจากอาจารย์ ผู้เชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น วรรณคดีและวรรณกรรม คติชนวิทยา และภาษาศาสตร์ ซึ่งจะสามารถนำไปต่อยอดสำหรับโครงงานเราได้ แต่สิ่งที่เราจะได้นอกเหนือจากความรู้ คือบรรยากาศแห่งการช่วยเหลือและมิตรภาพ ที่ทุกคนมีต่อกัน


นับแต่วันแรกที่ได้มีโอกาสพบปะนักเรียนกิฟต์ไทยทุกคน ก็สัมผัสถึงความอบอุ่น ความเป็นมิตร และความเป็นกันเอง จากเพื่อน ๆ และพี่ ๆ ได้ทันที ด้วยความที่ว่า กิฟต์ไทยได้รวบรวมคนที่มีความสนใจหรือความชอบคล้าย ๆ กัน มาอยู่ด้วยกัน ซึ่งจะได้ทั้งความสนุกสนาน เสียงหัวเราะ และมิตรภาพที่ดี จึงสามารถกล่าวได้เลยว่า “กิฟต์ไทย” เป็นมากกว่าโครงการที่รวบรวมคนจำนวนหนึ่งมาไว้ในที่เดียวกัน แต่คือ “ครอบครัว” ที่พร้อมสนับสนุน และพร้อมที่จะช่วยเหลือกันเสมอ


เราก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ทุกคนจะได้รู้จักกิฟต์ไทยมากขึ้นไม่มากก็น้อย และอยากให้ทุกคนได้เห็นถึงความเป็น “กิฟต์ไทย” ซึ่งยากที่จะหาได้จากที่อื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น ทักษะ ประสบการณ์ หรือมิตรภาพดี ๆ ที่มีต่อกันในหมู่เพื่อนและพี่


“กิฟต์ไทยรอรับพวกคุณเสมอ แล้วมาเจอกันนะ”